ชาติพันธุ์ในจังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2550: 2 อ้างถึง จักรพันธ์ โสมะเกษตริน ,2552 : 27) ตั้งอยู่ในเขตภาคอีสานตอนใต้ซึ่งเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศไทย เดิมเป็นป่าดงที่ตกทึบมีความอุดมสมบูรณ์มาก มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย อาทิ แม่น้ำมูล แม่น้ำสาขาอีกหลายสาขา มีหนอง บึง มากมายมี ปลาชุกชุม มีสัตว์ป่าแทบทุกชนิดอาศัยอยู่ เหมาะสำหรับการตั้งถิ่นฐาน อิทธิพลของวัฒนธรรมที่แพร่เข้าครอบงำท้องถิ่น เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ระหว่างประเทศใหญ่ที่เป็นปึกแผ่นมานาน ซึ่งได้แก่ อินเดียและจีน วัฒนธรรมของประเทศทั้งสองจึงแพร่เข้ามาประเทศไทย คนไทยจึงยอมรับเอาวัฒนธรรมอินเดียและจีนมาใช้ในการดำเนินชีวิต เช่นศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพุทธ ระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองบริหารประเทศ สถาปัตยกรรม อาหารการกิน ต่อมาในระยะหลังๆ วัฒนธรรมตะวันตกได้แพร่เข้ามาครอบงำท้องถิ่น นับวันแต่จะมากขึ้น จนวัฒนธรรมท้องถิ่นจริงๆ แทบจะไม่มีให้เห็น ในสังคมเมืองไม่สามารถแยกได้ว่าประชาชนมีวิถีชีวิตแบบใด เพราะวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อแบบดั้งเดิมได้ถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา จะมีให้เห็นก็เฉพาะในชนบทที่ห่างไกลความเจริญบางแห่ง บางหมู่บ้านเท่านั้น ชาติพันธ์ของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น แม้ว่าวัฒนธรรมของชนชาติอื่นจะแพร่เข้ามามากมายเพียงใด แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะครอบงำความเชื่อเก่าๆ ของชนในท้องถิ่นได้ทั้งหมด ภาษาขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นก็ยังไม่สูญสิ้นไปเลยทีเดียว ถ้าวิถีชีวิตในสังคมนั้นยังไม่ถูกทำลายไป ชาวศรีสะเกษ ส่วนใหญ่ยังเป็นชาวชนบท ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นบ้านใหญ่ๆ ในแต่ละหมู่บ้านประกอบด้วยบ้านหลายหลังคาเรือน ยังคงทำไร่ทำนา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์อยู่เช่นเดิม

จังหวัดศรีสะเกษ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2550: 12 อ้างถึง จักรพันธ์ โสมะเกษตริน ,2552 : 29) เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของชนเผ่าต่างๆ จึงถูกเรียกขานกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ดินแดนสี่เผ่าไทย” หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมในพื้นที่อีสานใต้ชื่อ ชาวกูย หรือ ส่วย เป็นบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวศรีสะเกษ อาศัยตามที่ราบสูงแถบเทือกเขาดงรักและอีกส่วนอพยพจากตอนใต้ของลาว มาตามลำน้ำโขงเข้ามาสู่พื้นที่อีสานตอนใต้ ทางแก่งสะพือและแถบอำเภอโขงเจียม แยกย้ายกันไปตั้งบ้านเรือน ที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอห้วยทับทัน อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอศรีรัตนะ ในปัจจุบัน

ดินแดนที่ตั้งศรีสะเกษปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลจากเขมรโบราญ แผ่ขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการเมืองการปกครองเข้ามาสู่แถบอีสานตอนล่าง ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 กลืนกลายชนพื้นเมืองดั้งเดิม เช่น กูยหรือส่วย เกิดเป็นชุมชนวัฒนธรรมเขมร ดังปรากฏหลักฐานในรูปของโบราณสถาน โบราณวัตถุที่กระจายทั่วไปในเขตจังหวัด เป็นที่มาของคำขวัญจังหวัด “ศรีสะเกษ แดนปราสาทขอม” และตราประจำจังหวัดที่เป็นรูปปราสาทขอมโบราณ นอกจากชาวส่วยและเขมรในศรีสะเกษ ยังมีชาวเยอ ซึ่งสันนิษฐานว่าอพยพมาจากตอนใต้ของลาว แถบเมืองอัตปือแสนปางและนครจำปาศักดิ์ ล่องเรือมาตามแม่น้ำโขง และแม่น้ำมูล แยกกันไปตั้งถิ่นฐานทั้งที่บริเวณบ้านขมิ้น บ้านโนนเกด บ้านโพนค้อ อำเภอเมือง บ้านเมืองคง อำเภอราศีไศล และบ้านปราสาทเยอ อำเภทไพรบึง ในปัจจุบัน ส่วนชาวลาว เป็นกลุ่มที่อพยพเข้ามาจากนครจำปาศักดิ์และนครเวียงจันทน์ ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 21 โดยเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ กันทรารมย์ บึงบูรณ์ ชาวลาวมีวิถีชีวิตวัฒนธรรมยึดมั่นในพระพุทธศาสนา และวิถีการผลิตที่แตกต่างจากชาวพื้นเมืองเดิม เมื่อเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นที่แน่นอน จึงได้แผ่ขยายความเจริญทางพระพุทธศาสนาอย่างรวดเร็วเข้าไปในกลุ่มชนพื้นเมืองเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบวชเรียนของพระสงฆ์นั้น มีอิทธิพลในการเผยแผ่ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา อย่างยิ่ง จนเกิดการผสมกลมกลืน เป็นจุดร่วมวัฒนธรรม แต่ขณะเดียวกัน แต่ละกลุ่มชนก็ยังคงรักษารูปแบบ เนื้อหาเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนตนเองไว้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บ่งบอกทั้งความแตกต่าง และคล้ายคลึงของกลุ่มชนที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันอย่างกลมกลืนของศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษมีอารยะธรรมของชาติพันธ์ต่างๆ มากมาย ที่ยังยืนยันและมีหลักฐานเด่นชัดมีอยู่ 4 ชาติพันธุ์ด้วยกัน ประกอบไปด้วยชาติพันธุ์ ส่วย เขมร ลาว และเยอ ซึ่งสามารถนำเสนอข้อมูลของชาติพันธุ์ในอดีต และประวัติความเป็นมาของสี่ชาติพันธุ์ ได้ดังนี้

การพัฒนาของชาติพันธุ์ในอดีต (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ , 2542 : 24-36) จังหวัดศรีสะเกษนับได้ว่าเป็นบริเวณที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในเรื่องพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในด้านตำแหน่งและสภาพแวดล้อมของภูมิศาสตร์ ศรีสะเกษอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า ลุ่มแม่น้ำมูล-ชีตอนล่าง (Lower Mun-Chi basin) เพราะเป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลและแม่น้ำชีใกล้จะไหลมาบรรจบกัน

ในพื้นที่บริเวณดังกล่าวนี้ นักโบราณคดีเรียกที่ราบลุ่มในเขตอำเภอราษีไศล จังหวัด ศรีสะเกษว่า ที่ราบลุ่มราศีไศล ชุมชนโบราณที่พบมักเป็นเนินดินที่มีทั้งคูน้ำล้อมรอบและไม่มีคูน้ำล้อมกระจายอยู่ทั่วไป แสดงให้เห็นการอยู่สืบเนื่องของผู้คนมาหลายยุคหลายสมัย ยิ่งกวานั้นบางชุมชนก็พบเครื่องมือหินขัดและบางชุมชนก็เป็นแหล่งทำเกลือ ชุมชนที่มีอายุเก่าแก่กว่าแหล่งอื่นๆ ในบริเวณนี้ได้แก่ บ้านโนนสูง ตำบลหนองแค บ้านดอนเกลือ ตำบลดู่ บ้านคูสระ ตำบลไผ่ และบ้านโพนแบง บ้านบึงหมอก เป็นต้น ที่บ้านดอนเกลือนั้น นอกจากมีคูน้ำล้อมรอบแล้วก็มีการทำเกลือและถลุงเหล็กด้วย นับว่าชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ของศรีสะเกษคือชุมชนในยุคเหล็ก ประมาณ ๒,๕๐๐-๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว

ชุมชนขนาดใหญ่ที่มีอายุในสมัยทวารวดีและสมัยขอม ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๘ ลงมาก็คือ ชุมชนที่มีคูน้ำล้อมรอบสองชั้น มีการปั้นภาชนะดินเผา และมีเสมาหินที่มีอายุรวมสมัยทวารวดีและมีซากปราสาทหินกระจายอยู่จำนวนมากทั่วเขตพื้นที่ แสดงให้เห็นอิทธิพลขอมที่มีต่อชุมชนใน ศรีสะเกษ

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าบรรดาชุมชนในเขตทุ่งราศีไศลของศรีสะเกษนั้น มีการพัฒนาการของบ้านเมืองในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นในลุ่มน้ำมูล-ชี การเติมโตและการขยายตัวของประชากรน่าจะพัฒนาขึ้นในที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ตอนล่าง ซึ่งมีทุ่งราศีไศลเป็นส่วนหนึ่งก่อน แล้วจึงขยายตัวไปทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีเขตการคมนาคมติดต่อกับบ้านเมืองนอกภูมิภาคอื่นที่ไกลออกไปทั้งในเขตพื้นที่ประเทศลาว ญวน และเขมร

อ้างอิงข้อมูล

  • จักรพันธ์ โสมะเกษตริน. (2552). การศึกษาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือในจังหวัด ศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
  • คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. (2542). หนังสือเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดศรีสะเกษ: กรุงเทพฯ.